Professional Path

การวางแผนการเงิน

กฎหมาย

การวางแผนการเงิน

กฎหมาย

อานุภาพแห่งกระดาษใบเดียว

ช่วงนี้มีข่าวดราม่าเมียหลวงถล่มงานแต่งงานสามี ไลฟ์สดตัดพ้อสามีกำลังจะไปแต่งงานใหม่ (มีข่าวภรรยาหนีสามีไปแต่งงานก็มีแต่ไม่ค่อยดัง) การฟ้องแย่งสิทธิดูแลลูก ในปัญหาต่างๆ ก็มีมุมมองไปในหลายแง่มุม ผมชวนมองอีกมุมที่หลายคนมองข้ามไปที่มีประโยชน์ในเหตุการณ์นั้นคือ การมีกระดาษใบหนึ่งที่เรียกว่า “ใบสำคัญการสมรส” หรือที่รู้จักกันว่าใบทะเบียนสมรส ทำให้ภรรยา(สามี) มีความชอบธรรมในการปกป้องสิทธิของตนไปจนถึงหากคนสองคนถึงทางตันจำต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตน ก็สามารถแบ่งทรัพย์สินเงินทอง แบ่งหน้าที่ดูแลลูกตามที่ควร

การแต่งงานการสมรสทางกฎหมายมีเพียงวิธีเดียว คือ การจดทะเบียนสมรสเท่านั้น การมีงานแต่งใหญ่โต มีสักขีพยานมากมาย มีประธานเป็นคนสำคัญของบ้านเมืองก็ไม่ทำให้เป็นการสมรสที่กฎหมายคุ้มครอง เมื่อชายหญิง(อนาคตอันใกล้จะเป็นคนสองคน)ได้ไปจดทะเบียนสมรสต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้องแล้ว กฎหมายมีการพัฒนาตามความเชื่อของสังคม สมัยก่อนคนไม่อยากจดทะเบียนสมรส มีหลายประการ เช่น สามีภรรยา (ในกฎหมายใช้คำว่าสามีภริยา แต่บทความนี้ผมขอใช้ สามีภรรยา เพื่อความคุ้นเคย) ต้องเอารายได้มารวมกันแล้วเสียภาษีบุคคลธรรมดา ทำให้เสียภาษีในฐานภาษีสูงขึ้น หญิงเมื่อจดทะเบียนแล้ว สิทธิจะลดลงต้องให้สามีเป็นดูแลอนุญาตในการทำหลายเรื่อง ไปจนถึงหนี้สินที่ก่อขึ้นต้องรับผิดชอบร่วมกันหมด เป็นต้น ปัจจุบันกฎหมายได้แก้ไขจนการไม่จดทะเบียนสมรสจะสร้างปัญหาในอนาคตมากกว่า

มาดูกันว่ากระดาษใบเดียวนั้นทำให้เราได้ประโยชน์อะไรบ้าง

  • หน้าที่ของสามีภรรยาต้องอยู่ดูแลอุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน ประโยคนี้แสดงไปถึงหากใครมาทำให้คู่สมรสของเรา เสียชีวิต เสียความสามารถในการหารายได้ เสียความสามารถในการดูแลตนเอง และความเสียหายทางการเงินอื่นๆ คู่สมรสสามารถเรียกร้องในคนที่กระทำรับผิดชอบได้ ไม่มีกระดาษใบนั้น สิทธิในการเรียกร้องจะตกไปอยู่ที่บิดามารดาซึ่งเมื่อคำนวนค่าใช้จ่ายภาระการเลี้ยงดู ปกติจะพิจารณาว่าจะดูแลนานเท่าไหร่ทำให้ได้ค่าเสียหายน้อยกว่าและบิดามารดาต้องยุ่งยากในการมาไกล่เกลี่ยหรือไปต่อสู้ในศาลในวัยชรา ร่วมถึงหากมีมือที่สามสี่ห้า เข้ามาในชีวิตคู่ กระดาษใบเดียวนั้นจะทำให้มีสิทธิเข้าไปขวางการเข้ารบกวนชีวิตได้(ทำให้ตามสมควร ไม่ประจานให้ร้าย) ตลอดจนสามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่มาทำให้ชีวิตคู่ปวดร้าวได้ หากหย่าก็เป็นฝ่ายที่สามารถเรียกร้องได้ดีกว่าฝ่ายที่กระทำผิด
  • บุตร ที่บิดามารดาไม่จดทะเบียน ฝั่งมารดาไม่มีค่อยมีปัญหาเพราะคลอดเองก็เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ฝั่งบิดา บุตรจะเป็นบุตรนอกกฎหมาย แม้มีอาจมีสิทธิในมรดก แต่บิดาไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดู ส่งเสียเล่าเรียน (ดูใจร้ายหน่อย แต่กฎหมายต้องให้จดทะเบียนสมรสกัน) หากบิดาไม่รับผิดชอบ มารดาและบุตรก็ได้แต่มองทำตาปริบๆ ในทางตรงข้ามบิดาอยากจะดูแลบุตร มารดาก็สามารถกันไม่ให้มายุ่งเกี่ยวได้ดังนี้เห็นนักร้องนางแบบในข่าว และบุตรไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับบิดาได้
  • ทรัพย์สิน หลังจดทะเบียนสมรสทรัพย์ที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นสินสมรสสามีภรรยามีสิทธิคนละครึ่ง หากไม่จดทะเบียนทรัพย์สินอยู่ในชื่อใครก็จะเป็นของคนนั้น (ปัจจุบันเอากฎหมายหุ้นส่วนที่มาช่วยเรื่องแบ่งทรพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน แบ่งกันแต่ก็มีข้อจำกัดแล้วยุ่งขึ้นมาพอควร)
  • หนี้สิน หลายคู่ที่ตั้งใจจะจดทะเบียนสมรสแต่ก็กลัวคู่สมรสจะไปสร้างหนี้สินจนหนี้ท่วมตัว ปัจจุบันหนี้สินที่คู่สมรสไปก่อโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้รู้เรื่อง คนก่อก็ต้องรับผิดชอบเอง คู่สมรสไม่ได้ไปร่วมรับผิดชอบด้วย นั้นคือเจ้าหนี้จะมาทวงหนี้ได้จากแค่สินส่วนตัวของคนก่อหนี้ และสินสมรสแค่ครึ่งเดียว คู่สมรสพอจะมีทรัพย์สินเหลืออยู่ไม่ถึงกับต้องไปเริ่มต้นจากศูนย์
  • มรดก เมื่อคู่สมรสเสียชีวิต คู่สมรสที่จดทะเบียนเท่านั้นที่เป็นทายาทโดยธรรม หลังจากได้สินสมรสครึ่งนึงและยังมีสิทธิมารับตามลำดับทายาทโดยธรรมอีกครั้ง เพราะกฎหมายมองว่าคู่สมรสทำมาหาได้มาด้วยกันและเมื่อคู่สมรสได้ ก็สามารถดูแลหรือส่งในบุตรได้อีกด้วย 

เมื่อความรักเลิกรากันอย่างตั้งใจ หรือมีเหตุปัจจัยมาพรากความรักไป หากตกลงกันได้เรื่องราวการจบชีวิตคู่คงเรียบร้อยสวยงาม แต่เราคงเห็นปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย บางคนเสียใจแล้วยังอาจต้องมาเริ่มชีวิตแบบติดลบ ด้วยกระดาษใบเดียวที่เราอาจจะมองข้ามไป ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างที่ควรจะไป

อรรถสิทธิ์ แสงทอง