Our Services

ธุรกิจแนะนำการลงทุน

ธุรกิจแนะนำการลงทุน

กองทุนรวม

กองทุนรวม

กองทุนรวม คือ การที่รวบรวมเงินจากนักลงทุน เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนนั้นๆ นำเงินของเราไปบริหารต่อและสร้างผลตอบแทนตามนโยบายการลงทุน

ทำไมมือใหม่ควรเริ่มลงทุนในกองทุนรวมก่อน ?

  • กองทุนรวมมีผู้บริหารจัดการการลงทุนแบบมืออาชีพ
  • นักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ได้ง่ายมากขึ้น
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
  • เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามมาก

วิธีการเลือกกองทุน เลือกแบบไหนดี?

เป็นปัญหาโลกแตกสำหรับหลายๆคน เนื่องจากแต่ละคนมีสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกัน และไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิด ดังนั้นเราจึงสรุกวิธีการคิดง่ายๆมาฝากกันค่ะ

1. ตราสารทุน (Equity)

คือ ตราสารที่เหมือนเราเป็นเจ้าของบริษัทนั้นๆ เป็นตราสารที่หากบริษัทที่ลงทุนผลประกอบการดี ผลตอบแทนของเราก็ดีด้วย แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน

ตราสารทุนแบบ Small-Mid Cap

ลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทไทยที่มูลค่าตามตลาดไม่เกิน 80,000 ล้านบาทในรอบปีบัญชี หรือเป็นหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลาง มีความผันผวนสูง แต่โอกาสได้ผลตอบแทนก็มากสุด

ตราสารทุนแบบ Large Cap

เหมือน Small-Mid Cap แต่เป็นหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ อยู่ในดัชนี SET50 เช่น PTT (ปตท.), CPALL (7-eleven) เป็นต้น

ตราสารทุนแบบ General

ลงทุนในกองทุนที่ลงทุนทั้งในบริษัทเล็ก กลาง ใหญ่ คละๆกันไป

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ ASEAN Equity

กองทุนที่ลงกองทุนกลุ่มประเทศ ASEAN

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ US Equity

กองทุนของประเทศอเมริกา เช่น บริษัท APPLE, Facebook, Amazon

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ Japan Equity

ลงทุนในบริษัทญี่ปุ่น เช่น Mizuho, Olympus

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ India Equity

ลงทุนในบริษัทอินเดีย

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ European Equity

ลงทุนในประเทศกลุ่มยุโรป

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ Greater China Equity

ลงทุนในกลุ่มประเทศจีน อย่าง จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ Global Equity

ลงทุนในประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก เช่น อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ Emerging Market Equity

ลงทุนในประเทศ Emerging Market หรือประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ Asia Pacific Equity

ลงทุนในประเทศในเอเชียแปซิฟิก เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และเกาหลี

ตราสารทุนต่างประเทศแบบ Vietnam Equity

ลงทุนในบริษัทประเทศเวียดนาม

2. ตราสารทุนต่างประเทศ (Sector)

ลงทุนเป็นประเภทของหุ้น เป็นการระบุอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง แต่ความเสี่ยงก็มากขึ้นเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่อยากลงทุนเป็น Theme

Health Care

ลงทุนในอุตสาหกรรม Health Care ด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะ

Energy 

ลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่มพลังงาน

Technology

ลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่มเทคโนโลยี 

3. ตราสารทุนประเภทกองทุนรวมดัชนี (Index Fund)

SET50

กองทุนที่ให้ผลตอบแทนอิงดัชนี SET50 (หุ้นที่มีมูลค่ามากสุด 50 ตัวแรกในตลาดหลักทรัพย์ไทย)

S&P500 

กองทุนที่ให้ผลตอบแทนอิงดัชนี S&P500 (หุ้นที่มีมูลค่ามากสุด 500 ตัวแรกในตลาด S&P500 ประเทศอเมริกา)

Nasdaq

กองทุนที่ให้ผลตอบแทนอิงดัชนี Nasdaq (หุ้นที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ส่วนมากเป็นกลุ่มเทคโนโลยี ประเทศอเมริกา

4. ตราสารหนี้ (Fixed Income)

คือการลงทุนที่เปรียบเสมือนเราเป็นเจ้าหนี้และปล่อยกู้ให้บริษัทที่ต้องการเงินทุนเหล่านี้ เมื่อถึงครบกำหนด ผู้กู้ก็ต้องชำระเงินคืนกลับมาตามที่ตกลงกันไว้ โดยปกติความเสี่ยงโดยรวมจะน้อยกว่าตราสารทุน และตราสารหนี้มีทั้งภาครัฐและเอกชน

ตราสารหนี้แบบ Short-term Government Bond

ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี

ตราสารหนี้แบบ Mid-term Government Bond

ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ภาครัฐระยะกลางประมาณ 1-3 ปี

ตราสารหนี้แบบ Short-term General Bond

ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ทั่วไปของภาคเอกชน ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี จะมีความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ภาครัฐ

ตราสารหนี้แบบ Mid-term General Bond

ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้หนี้ทั่วไปของภาคเอกชน ระยะกลางประมาณ 1-3 ปี จะมีความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ภาครัฐ

ตราสารหนี้แบบ Long Term General Bond

ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้หนี้ทั่วไปของภาคเอกชน มากกว่า 3 ปี ผลตอบแทนสูงกว่าตัวที่ผ่านมา เนื่องจากการถือระยะยาวมีความผันผวนมากกว่า ผลตอบแทนก็มากกว่าด้วย

ตราสารหนี้แบบ Money Market Government

ลงทุนในตลาดเงินหรือเงินฝาก ตราสารหนี้ระยะสั้นทั่วไป ผลตอบแทนพอๆกับฝากประจำ

ตราสารหนี้แบบ Emerging Market Bond Fully F/X Hedge

ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินมากกว่า 90%

ตราสารหนี้แบบ Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge

ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเพียงบางส่วน

ตราสารหนี้แบบ Global Bond Fully F/X Hedge

ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินมากกว่า 90%

ตราสารหนี้แบบ Global Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge

ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเพียงบางส่วน

กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ – High Yield Bond

ลงทุนในตราสารหนี้ที่เป็น Non-investment grade / Unrated คือกลุ่มบริษัทที่มีความเสี่ยงสูง ๆ

5. กองทุนรวมผสม (Allocation)

กลุ่มนี้จะลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนผสมกัน

กองทุนรวมผสม แบบ Aggressive Allocation

ลงทุนในกองทุนตราสารทุน 0-100% ซึ่งความเสี่ยงก็จะมากหน่อย แต่โอกาสได้ผลตอบแทนสูงก็มากเช่นกัน

กองทุนรวมผสม แบบ Moderate Allocation

ลงทุนในกองทุนตราสารทุน 25-80%

กองทุนรวมผสม แบบ Conservative Allocation

ลงทุนในกองทุนตราสารทุน ไม่เกิน 25%

กองทุนรวมผสมต่างประเทศ (Foreign Investment Allocation)

คล้ายตัว Aggressive Allocation แต่ลงในตราสารทุนต่างประเทศได้ 0-100%

6. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REIT, Infra)

กลุ่มนี้จะลงทุนในหมวดอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า สนามบิน

กองทุนรวมอสังหาฯ แบบ Thai Free Hold

ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของไทย

กองทุนรวมอสังหาฯ แบบ Thai Lease Hold

ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือใช้สิทธิในการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สิน

กองทุนรวมอสังหาฯ แบบ Thai Mixed Hold

ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และสิทธิในการใช้ประโยชน์

กองทุนรวมอสังหาฯ แบบ Fund of Property fund – Thai

ลงในหุ้นกลุ่มอสังหาและก่อสร้าง เน้นลงทุนในประเทศ

กองทุนรวมอสังหาฯ แบบ Fund of Property fund – Thai and foreign

ลงในหุ้นกลุ่มอสังหาและก่อสร้าง เน้นลงทุนต่างประเทศ 20—80%

กองทุนรวมอสังหาฯ แบบ Fund of Property fund – Foreign

ลงในหุ้นกลุ่มอสังหาและก่อสร้าง เน้นลงทุนต่างประเทศ 80% ขึ้นไป

กองทุนรวมอสังหาฯ แบบ Fund of Property fund – Foreign

ลงในหุ้นกลุ่มอสังหาและก่อสร้าง เน้นลงทุนต่างประเทศ 80% ขึ้นไป

7. กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)

กลุ่มนี้จะลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมัน เงิน สินค้าเกษตร ซึ่งเหล่านี้จะมีความผันผวนสูง แต่ใช้กระจายความเสี่ยงได้

กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ แบบ Commodities Energy

ลงทุนในกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน เช่น น้ำมัน แก๊สธรรมชาติ และถ่านหิน

กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ แบบ Commodities Precious Metal

ลงทุนในกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์เน้นโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน แพลตินัม

กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ แบบ Commodities Agriculture

ลงทุนในกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ด้านเกษตรกรรม เช่น ข้าว ยางพารา

  • เปิดพอร์ตลงทุนกับธนาคาร เช่น SCBAM, TMBAM
  • เปิดพอร์ตลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เช่น Nomura, Phillip
  • เปิดพอร์ตกับเรา ‘Beyond’
  • ตราสารทุน

    • TMB50
    • TMBUS500
    • KKPGNP
    • ABSM
    • SCBSEA
  • ตราสารหนี้

    • TMBGF
    • KFMTFI
  • กองทุนผสม

    • KF-CINCOME