Our Services

ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

ประกันภัย

ประกันภัย

เวลาส่วนใหญ่ของคนเราอยู่กับงานอย่างน้อยมากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต  รายได้เป็นเรื่องสำคัญในการนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำ หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราคิดแผนการเงินเราจะไม่เปลี่ยน แต่แค่บางครั้งก็อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น การทำประกันสินทรัพย์ต่างๆจึงมีความจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงในภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ

การประกันภัยวินาศภัย ( Non Life Insurance) คือ การบริหารความเสี่ยงภัยวิธีหนึ่งซึ่งจะโอนความเสี่ยงภัยของเราไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น

บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมเพื่อทดแทนความเสียหายตามที่ได้ซื้อความคุ้มครองไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย  โดยที่ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ คำศัพท์ที่เราใช้ในการทำประกันมีอยู่ 3 คำที่เราควรรู้จัก

  • ผู้รับประกัน (Insurer) คือ บริษัทประกันภัย ซึ่งเป็นผู้คิดผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขความคุ้มครอง ข้อยกเว้นต่างๆ เบี้ยประกัน และเป็นผู้จ่ายสินไหมทดแทนให้กับลูกค้า ซึ่งจะต้องมีความซื่อสัตย์ในการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายตามรายละเอียดความคุ้มครองที่ลูกค้าเลือกซื้อ
  • ผู้เอาประกัน (Insured) หรือ ผู้ถือกรมธรรม์ (Policy Holder) คือ ผู้ซื้อสินค้าประกันภัย เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับสิ่งที่เอาประกันภัยนั้น โดยจะต้องมีความสุจริตใจในการทำประกันภัย แจ้งข้อมูลตามจริงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง
  • ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) คือผู้ที่มีส่วนได้รับประโยชน์ตามที่ผู้เอาประกันระบุไว้ในกรมธรรม์

การทำประกัน เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยคู่สัญญาต่างมีหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบต่อกัน  กรมธรรม์ประกันจะเกิดขึ้นได้จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณารับประกัน (Underwriting) เพื่อผู้รับประกันจะประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าของ บุคคล, กลุ่มบุคคล หรือ ทรัพย์สิน นั้น ๆ พร้อมกำหนด รายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขข้อยกเว้น และค่าเบี้ยประกัน ที่คุ้มค่าทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน

ในการสมัครประกันภัยเข้ามา ผู้รับประกันมีสิทธิเพิ่มอัตราเบี้ยพิเศษ หรือปฏิเสธการรับประกัน  เพื่อให้บริษัทสามารถครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รูปแบบการประกันวินาศภัย

  1. การประกันภัยรถยนต์
  2. การประกันอัคคีภัย
  3. การประกันภัยขนส่ง
  4. การประกันภัยเบ็ดเตล็ด

1. การประกันภัยรถยนต์

การประกันภัยรถยนต์ ( Automobile Insurance ) คือ การประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์

  • การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ( พ.ร.บ) เป็นกฏหมายของประเทศไทย ปี พ.ศ.2535 เพื่อให้ประชาชน ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ที่เกิดความเสียหาย ได้รับการชดใช้ค่ารักษาพยาบาล อวัยวะและชีวิต  ไม่ว่าจะเป็น ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คนเดินทางเท้า หรือผู้ที่ได้รับความเสียหายร่วมจากอุบัติเหตุนั้นๆ 
  • การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หมายถึง การทำประกันภัยรถยนต์ โดยความสมัครใจผู้ครอบครองรถยนต์  เพื่อที่จะคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนของ ความเสียหายของรถยนต์  การชดใช้ค่ารักษาพยาบาล อวัยวะและชีวิตทั้งของตนเองและคู่กรณี
    • ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
    1. กรมธรรม์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ( UN-Named Driver) เป็นกรมธรรม์แบบเดิมที่คุ้มครองผู้ขับขี่คนใดก็ได้ที่ผู้เอาประกันภัย ยินยอมให้ขับขี่เสมือนหนึ่งเป็น ผู้เอาประกันภัย
    2. กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ( Named Driver ) เป็นกรมธรรม์แบบใหม่ที่นำเอาอายุผู้ขับขี่มาเป็นองค์ประกอบในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และคุ้มครองแต่ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิด ต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้นของอุบัติเหตุแต่ละครั้งด้วย กรมธรรม์แบบนี้ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ใช้รถส่วนบุคคล และสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ ไม่เกิน 2 คน3
    • ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
      • ประกันประเภท 1 คุ้มครองทุนประกันรถยนต์ในการซ่อมรถ และสูญหายไฟไหม้ และค่ารักษาพยาบาล อวัยวะและชีวิต ทั้งคู่กรณีและรถของผู้เอาประกัน และเงินประกันตนในกรณีต้องมีการค้ำประกัน
      • ประกันประเภท 2 คุ้มครองทุนประกันรถยนต์ในการสูญหายไฟไหม้ และค่ารักษาพยาบาล อวัยวะและชีวิต ทั้งคู่กรณีและรถของผู้เอาประกัน และเงินประกันตนในกรณีต้องมีการค้ำประกัน
      • ประกันประเภท 3 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล อวัยวะและชีวิต ทั้งคู่กรณีและรถของผู้เอาประกัน และเงินประกันตนในกรณีต้องมีการค้ำประกัน
      • ประกันประเภทพิเศษ ประเภท 5 หรือ 2Plus ( คุ้มครองทุนประกันรถยนต์ในการซ่อมรถ และสูญหายไฟไหม้ ) หรือ 3Plus ( คุ้มครองการซ่อมรถ ) และค่ารักษาพยาบาล อวัยวะและชีวิต ทั้งคู่กรณีและรถของผู้เอาประกัน และเงินประกันตนในกรณีต้องมีการค้ำประกัน

***สำคัญ คือ ประเภทที่ 4 จะต้องเป็นการเกิดเหตุจากรถระหว่างมอเตอร์เครื่องยนต์ กับรถที่มีมอเตอร์เครื่องยนต์เท่านั้น ไม่รวมการชน เสา ฟุตบาท หรือสาเหตุที่ไม่สามารถหาคู่กรณีได้

2. ประกันอัคคีภัย

กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ( Fire  Insurance) คือ กรมธรรม์ที่คุ้มครองสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายใน ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือสถานประกอบการทางการค้าหรืออุตสาหกรรม เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงเรียน อาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นสำนักงาน ร้านอาหาร รวมถึงเครื่องจักร สต็อกสินค้า วัตถุดิบ

อัคคีภัย หมายความถึง ไฟไหม้ หรือฟ้าผ่า หรือการระเบิดของแก๊ส  ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย จะคุ้มครองกรณี ไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิดของแก็สที่ใช้ทำแสงสว่างหรือเพื่อการอยู่อาศัย และภัยเพิ่มพิเศษตามที่ตกลงเอาประกันภัย เช่น ภัยลมพายุ ภัยจากควัน ภัยแผ่นดินไหว ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า การจลาจล นัดหยุดงาน เจตนาร้าย เป็นต้น

ทรัพย์สินที่สามารถเอาประกันภัย

  1. สิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก)
  2. ทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้าง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตบแต่งติดตั้งตรึงตรา (Build in Furniture)
  3. เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า สต็อกสินค้า ทรัพย์สินอื่นๆ ตามที่ตกลงเอาประกันภัย

***สิ่งสำคัญทุนประกันภัยต้องไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้เกณฑ์การวัดของ คปภ. เพื่อให้การจ่ายสินไหม เสมือนทำทุนประกันครบ100%ของทุนประกันจริงที่น่าจะเป็น

ทรัพย์สินที่ไม่คุ้มครอง

  1. สินค้าที่ไม่ได้เป็นของผู้เอาประกันภัย เงินแท่ง ทองแท่ง อัญมณี โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ หลักทรัพย์
  2. ธนบัตร เอกสารทางธุรกิจ วัตถุระเบิด
  3. หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากไฟฟ้าลัดวงจร ความเสียหาย
  4. ต่อเนื่องทุกชนิด ความเสียหายจากการเผาโดยคำสั่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

ข้อยกเว้นที่สำคัญบางส่วน

  1. สงครามทุกประเภท การกบฏ การจลาจล การนัดหยุดงาน ประชาชนก่อความวุ่นวายเพื่อต่อต้านรัฐบาล
  2. การก่อการร้าย การปฏิวัติ การใช้กฎอัยการศึก การแผ่รังสีหรือการระเบิดจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือจากกากนิวเคลียร์
  3. ความเสียหายในขณะที่สถานที่เอาประกันภัยไม่มีผู้อยู่อาศัยเป็นเวลา 60 วันติดต่อกัน

3. ประกันภัยขนส่งสินค้า

ประกันภัยขนส่งสินค้า( Cargo Insurance ) คือ การรับประกันภัยสินค้าที่จะขนส่งทางบก ทางอากาศ ทางทะเล และขยายความคุ้มครองไปถึงการขนส่งสินค้า ต่อเนื่องกับการขนส่งหลักที่เราประกันภัย  แต่ต้องมีการตกลงและระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

โดยเฉพาะการประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล ( Marine Cargo Insurance ) คือ การรับประกันภัยสินค้าที่ขนส่งสินค้าทางทะเลมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศเพราะช่วยคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ ซึ่งมีมูลค่าที่สูงมาก ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการค้าระหว่างประเทศสามารถบริหารความเสี่ยงภัยของตนได้มากขึ้น

ประเภทการประกันภัยขนส่งสินค้า

3.1. การประกันภัยขนส่งสินค้าภายในประเทศ (Inland Transit)

การประกันภัยคุ้มครองความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งที่อยู่ภายในประเทศ เช่น การขนส่งสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปยังผู้เป็นเจ้าของสินค้าที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องเป็นเจ้าของสินค้า ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้ขนส่งสินค้าเอง หรือว่าจ้างบริษัทขนส่งเป็นผู้ขนส่งสินค้า ด้วยยานพาหนะที่ระบุในกรมธรรม์

ประเภทกรมธรรม์ประกันภัย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1) กรมธรรม์ประกันภัยแบบคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด อันมีสาเหตุจาก

  • ความเสียหายหรือความสูญเสียโดยสิ้นเชิงหรือบางส่วนของสินค้าที่เอาประกันภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุภายนอก
  • ความเสียหายทั่วไป (General Average) ที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัย รวมทั้งส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป (General Average Contribution) และค่ากู้ภัย (Salvage Charges) ที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชดใช้ตามประเพณีปฏิบัติหรือตามกฎหมาย

2) กรมธรรม์ประกันภัยแบบระบุภัย อันมีสาเหตุจาก

  • อัคคีภัย การระเบิด หรือฟ้าผ่า
  • ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง หรือสินค้าที่เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุชนหรือโดนกับยานพาหนะอื่น หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดนอกยานพาหนะ รวมถึงหัวลากและหางลาก หรือรถพ่วงของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งนั้นเอง
  • เรือจมหรือเกยตื้น เครื่องบินตก รถไฟตกราง รถ รวมถึงหัวลากและหางลาก หรือรถพ่วงพลิกคว่ำ หรือตกถนน หรือตกสะพาน หรือตกไหล่ทาง
  • ภัยเพิ่มพิเศษที่ได้ระบุไว้ชัดเจนในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

ระยะเวลาความคุ้มครอง แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

  • แบบกำหนดเวลา (Time Policy)

    ให้ความคุ้มครองตามระยะเวลาคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดวันและเวลาคุ้มครองได้ตามที่ต้องการ ยกเว้นเวลาสิ้นสุดของกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทประกันภัยจะกำหนดเป็นมาตรฐานไว้ที่เวลา 12.00 น.

  • แบบขนส่งเฉพาะเที่ยว (Voyage Policy)

    ให้ความคุ้มครองสินค้าเฉพาะเที่ยว ความคุ้มครองจะสิ้นสุดเมื่อสินค้าถึงจุดหมายปลายทาง หรือครบกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อน หากมีการขนส่งสินค้าเที่ยวใหม่ ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบ เพื่อออกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่

3.2. การประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Marine Cargo Insurance)

การทำประกันภัยความเสียหายในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยทั่วไปจะเป็นการขนส่งสินค้าด้วยเรือเดินทะเล ซึ่งมีการบรรทุกสินค้าเป็นจำนวนมาก การขนส่งสินค้าทางทะเลมักจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าเป็นประจำ ดังนั้นการประกันภัยจึงมีส่วนช่วยให้เจ้าของสินค้าไม่ต้องเดือดร้อนจากการที่สินค้าได้รับความเสียหายจากการขนส่งทางทะเล

กรมธรรม์ประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จำแนกตามสินค้านำเข้าและส่งออก (Import/Export) ให้ความคุ้มครอง ดังนี้

  • กรมธรรม์สำหรับสินค้าส่งออกในราคา C.I.F. และกรมธรรม์สำหรับสินค้านำเข้าในราคา F.O.B. หรือ C.F.R./C&F ให้ความคุ้มครองตลอดเส้นทางตั้งแต่โรงงานของผู้ขายจนถึงโรงงานของผู้ซื้อ
  • กรมธรรม์สำหรับสินค้าส่งออกในราคา F.O.B. หรือ C.F.R./C&F ให้ความคุ้มครองตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากโรงงานไปจนถึงส่งมอบให้กับผู้ขนส่งสินค้าที่ท่าเรือต้นทาง

ข้อยกเว้นบางส่วนที่สำคัญ

  1. การรั่วไหล การสูญเสียน้ำหนัก การเสื่อมสภาพ การจัดหีบห่อไม่เหมาะสม ข้อเสียในตัวสินค้านั้นเองความล่าช้าในการขนส่ง
  2. สงครามทุกประเภท การปฏิวัติ การจลาจร การนัดหยุดงาน การปิดงาน-งดจ้าง การก่อการร้าย
  3. ประชาชนก่อความวุ่นวาย การจับกุม การยึดโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ การใช้อาวุธสงคราม
  4. การแผ่รังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือจากกากนิวเคลียร์

การพิจารณาการรับประกันภัยและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยประกันภัย

ยังไม่มีอัตราเบี้ยประกันภัยที่กำหนดเป็นทางการ แต่เบี้ยประกันภัยพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น เรือเส้นทางขนส่งประเภทของสินค้า และการบรรจุหีบห่อเงื่อนไขความคุ้มครองที่ต้องการ

4. การประกันภัยเบ็ดเตล็ด

ยังไม่มีอัตราเบี้ยประกันภัยที่กำหนดเป็นทางการ แต่เบี้ยประกันภัยพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น เรือเส้นทางขนส่งประเภทของสินค้า และการบรรจุหีบห่อเงื่อนไขความคุ้มครองที่ต้องการ