เวลาส่วนใหญ่ของคนเราอยู่กับงานอย่างน้อยมากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต รายได้เป็นเรื่องสำคัญในการนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำ หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราคิดแผนการเงินเราจะไม่เปลี่ยน แต่แค่บางครั้งก็อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น การทำประกันสินทรัพย์ต่างๆจึงมีความจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงในภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ
การประกันภัยวินาศภัย ( Non Life Insurance) คือ การบริหารความเสี่ยงภัยวิธีหนึ่งซึ่งจะโอนความเสี่ยงภัยของเราไปสู่บริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น
บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมเพื่อทดแทนความเสียหายตามที่ได้ซื้อความคุ้มครองไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย โดยที่ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ คำศัพท์ที่เราใช้ในการทำประกันมีอยู่ 3 คำที่เราควรรู้จัก
การทำประกัน เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยคู่สัญญาต่างมีหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบต่อกัน กรมธรรม์ประกันจะเกิดขึ้นได้จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณารับประกัน (Underwriting) เพื่อผู้รับประกันจะประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าของ บุคคล, กลุ่มบุคคล หรือ ทรัพย์สิน นั้น ๆ พร้อมกำหนด รายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขข้อยกเว้น และค่าเบี้ยประกัน ที่คุ้มค่าทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน
ในการสมัครประกันภัยเข้ามา ผู้รับประกันมีสิทธิเพิ่มอัตราเบี้ยพิเศษ หรือปฏิเสธการรับประกัน เพื่อให้บริษัทสามารถครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
รูปแบบการประกันวินาศภัย
1. การประกันภัยรถยนต์
การประกันภัยรถยนต์ ( Automobile Insurance ) คือ การประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์
***สำคัญ คือ ประเภทที่ 4 จะต้องเป็นการเกิดเหตุจากรถระหว่างมอเตอร์เครื่องยนต์ กับรถที่มีมอเตอร์เครื่องยนต์เท่านั้น ไม่รวมการชน เสา ฟุตบาท หรือสาเหตุที่ไม่สามารถหาคู่กรณีได้
2. ประกันอัคคีภัย
กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ( Fire Insurance) คือ กรมธรรม์ที่คุ้มครองสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายใน ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือสถานประกอบการทางการค้าหรืออุตสาหกรรม เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงเรียน อาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นสำนักงาน ร้านอาหาร รวมถึงเครื่องจักร สต็อกสินค้า วัตถุดิบ
อัคคีภัย หมายความถึง ไฟไหม้ หรือฟ้าผ่า หรือการระเบิดของแก๊ส ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย จะคุ้มครองกรณี ไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิดของแก็สที่ใช้ทำแสงสว่างหรือเพื่อการอยู่อาศัย และภัยเพิ่มพิเศษตามที่ตกลงเอาประกันภัย เช่น ภัยลมพายุ ภัยจากควัน ภัยแผ่นดินไหว ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า การจลาจล นัดหยุดงาน เจตนาร้าย เป็นต้น
ทรัพย์สินที่สามารถเอาประกันภัย
***สิ่งสำคัญทุนประกันภัยต้องไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้เกณฑ์การวัดของ คปภ. เพื่อให้การจ่ายสินไหม เสมือนทำทุนประกันครบ100%ของทุนประกันจริงที่น่าจะเป็น
ทรัพย์สินที่ไม่คุ้มครอง
ข้อยกเว้นที่สำคัญบางส่วน
3. ประกันภัยขนส่งสินค้า
ประกันภัยขนส่งสินค้า( Cargo Insurance ) คือ การรับประกันภัยสินค้าที่จะขนส่งทางบก ทางอากาศ ทางทะเล และขยายความคุ้มครองไปถึงการขนส่งสินค้า ต่อเนื่องกับการขนส่งหลักที่เราประกันภัย แต่ต้องมีการตกลงและระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
โดยเฉพาะการประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล ( Marine Cargo Insurance ) คือ การรับประกันภัยสินค้าที่ขนส่งสินค้าทางทะเลมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศเพราะช่วยคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ ซึ่งมีมูลค่าที่สูงมาก ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการค้าระหว่างประเทศสามารถบริหารความเสี่ยงภัยของตนได้มากขึ้น
ประเภทการประกันภัยขนส่งสินค้า
3.1. การประกันภัยขนส่งสินค้าภายในประเทศ (Inland Transit)
การประกันภัยคุ้มครองความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งที่อยู่ภายในประเทศ เช่น การขนส่งสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปยังผู้เป็นเจ้าของสินค้าที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องเป็นเจ้าของสินค้า ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้ขนส่งสินค้าเอง หรือว่าจ้างบริษัทขนส่งเป็นผู้ขนส่งสินค้า ด้วยยานพาหนะที่ระบุในกรมธรรม์
ประเภทกรมธรรม์ประกันภัย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1) กรมธรรม์ประกันภัยแบบคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด อันมีสาเหตุจาก
2) กรมธรรม์ประกันภัยแบบระบุภัย อันมีสาเหตุจาก
ระยะเวลาความคุ้มครอง แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
แบบกำหนดเวลา (Time Policy)
ให้ความคุ้มครองตามระยะเวลาคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดวันและเวลาคุ้มครองได้ตามที่ต้องการ ยกเว้นเวลาสิ้นสุดของกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทประกันภัยจะกำหนดเป็นมาตรฐานไว้ที่เวลา 12.00 น.
แบบขนส่งเฉพาะเที่ยว (Voyage Policy)
ให้ความคุ้มครองสินค้าเฉพาะเที่ยว ความคุ้มครองจะสิ้นสุดเมื่อสินค้าถึงจุดหมายปลายทาง หรือครบกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อน หากมีการขนส่งสินค้าเที่ยวใหม่ ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบ เพื่อออกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่
3.2. การประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Marine Cargo Insurance)
การทำประกันภัยความเสียหายในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยทั่วไปจะเป็นการขนส่งสินค้าด้วยเรือเดินทะเล ซึ่งมีการบรรทุกสินค้าเป็นจำนวนมาก การขนส่งสินค้าทางทะเลมักจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าเป็นประจำ ดังนั้นการประกันภัยจึงมีส่วนช่วยให้เจ้าของสินค้าไม่ต้องเดือดร้อนจากการที่สินค้าได้รับความเสียหายจากการขนส่งทางทะเล
กรมธรรม์ประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จำแนกตามสินค้านำเข้าและส่งออก (Import/Export) ให้ความคุ้มครอง ดังนี้
ข้อยกเว้นบางส่วนที่สำคัญ
การพิจารณาการรับประกันภัยและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยประกันภัย
ยังไม่มีอัตราเบี้ยประกันภัยที่กำหนดเป็นทางการ แต่เบี้ยประกันภัยพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น เรือเส้นทางขนส่งประเภทของสินค้า และการบรรจุหีบห่อเงื่อนไขความคุ้มครองที่ต้องการ
4. การประกันภัยเบ็ดเตล็ด
ยังไม่มีอัตราเบี้ยประกันภัยที่กำหนดเป็นทางการ แต่เบี้ยประกันภัยพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น เรือเส้นทางขนส่งประเภทของสินค้า และการบรรจุหีบห่อเงื่อนไขความคุ้มครองที่ต้องการ